คูลลิ่งแพด 7090, 7060, 5090 ต่างกันอย่างไร? เลือกใช้ในฟาร์ม

Sแผ่นคูลลิ่งแพดกระดาษ หรือแผ่นรังผึ้ง เป็นตัวกลางแลกเปลี่ยนความร้อนและความชื้นในระบบอีแวป (Evaporative Cooling System) โดยน้ำจะไหลเคลือบผิวกระดาษเซลลูโลส ขณะที่พัดลมระบายอากาศดึงอากาศร้อนจากภายนอกผ่านช่องลอนของแผ่นคูลลิ่งแพด

น้ำบางส่วนจะระเหยโดยใช้ความร้อนจากอากาศ ทำให้อากาศหลังผ่านแผ่นมีอุณหภูมิลดลงและมีความชื้นเพิ่มขึ้น ก่อนถูกส่งเข้าสู่ฟาร์มไก่ ฟาร์มหมู โรงเรือนปศุสัตว์ กรีนเฮาส์ หรืออาคารอุตสาหกรรม

 

 

 

 

 

 

 

 

ภาพที่ 1 หลักการทำงานของคูลลิ่งแพดร่วมกับพัดลมระบายอากาศในโรงเรือนระบบปิด

คูลลิ่งแพด 7090, 7060 และ 5090 แตกต่างกันตรงไหน?

ความแตกต่างสำคัญของคูลลิ่งแพดทั้ง 3 รุ่นอยู่ที่ระยะห่างของลอน ความถี่ของช่องลม และมุมของกระดาษลอนที่ประกบกัน โครงสร้างเหล่านี้มีผลโดยตรงต่อคุณสมบัติคูลลิ่งแพด ได้แก่

  • พื้นที่สัมผัสระหว่างน้ำกับอากาศ
  • ความต้านทานการไหลของอากาศ
  • แรงดันตกคร่อมคูลลิ่งแพด
  • ความเร็วลมที่เหมาะสม
  • โอกาสเกิดการพาละอองน้ำเข้าสู่โรงเรือน
  • ประสิทธิภาพการลดอุณหภูมิภายใต้สภาพอากาศต่างกัน

ในระบบการเรียกชื่อแบบ CELdek ซึ่งถูกใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงในงานวิจัย รุ่น 7090 และ 5090 ใช้ลอนอ้างอิงแบบมุมสูง 60° และมุมต่ำ 30° โดยมีระยะลอนประมาณ 7 และ 5 มิลลิเมตรตามลำดับ ส่วน 7060 ใช้ลอนประมาณ 7 มิลลิเมตรและมุม 45°/15° ซึ่งออกแบบมาสำหรับงานที่ต้องการความเร็วลมผ่านแผ่นสูงขึ้น ตามข้อมูลจาก Munters CELdek Technical Manual และ CELdek 7060 Product Sheet

ข้อควรระวังเกี่ยวกับชื่อรุ่น

7090, 7060 และ 5090 เป็นรหัสเชิงพาณิชย์ที่ตลาดนิยมใช้ แต่ไม่ได้หมายความว่ากระดาษ น้ำยาเคลือบ มุมลอน ความหนาแน่น และ Performance Curve ของทุกยี่ห้อจะเหมือนกัน

ผู้ผลิตบางรายอาจใช้มุมลอนหรือรายละเอียดโครงสร้างแตกต่างจากรูปแบบ CELdek ดังนั้น ก่อนออกแบบระบบจริงควรตรวจสอบหน้าตัดของแผ่น Data Sheet และกราฟแรงดันตกคร่อมของสินค้าที่จะนำมาติดตั้งทุกครั้ง

ตารางเปรียบเทียบคูลลิ่งแพด 7090, 7060 และ 5090

รุ่นโครงสร้างอ้างอิงคุณสมบัติทางระบบแนวทางเลือกใช้
7090 ช่องลอนประมาณ 7 มม. มุมอ้างอิง 60°/30° ช่องทางลมกว้างกว่า 5090 ให้สมดุลระหว่างการสัมผัสน้ำกับแรงต้านลม งานทดลองพบว่ามีแรงดันตกคร่อมต่ำกว่า 5090 เมื่อใช้ความหนาและความเร็วลมเท่ากัน เหมาะเป็นตัวเลือกเริ่มต้นสำหรับผนังคูลลิ่งแพดในฟาร์มไก่ ฟาร์มหมู และโรงเรือนระบบปิด
7060 ช่องลอนประมาณ 7 มม. มุมอ้างอิง 45°/15° แนวลอนออกแบบให้รองรับความเร็วลมผ่านแผ่นสูง โดยมุ่งรักษาประสิทธิภาพการระเหยและแรงดันตกคร่อมให้อยู่ในช่วงใช้งาน เหมาะกับระบบที่ต้องการผ่านลมสูงหรือมีข้อจำกัดด้านพื้นที่ติดตั้ง แต่ต้องตรวจ Performance Curve
5090 ช่องลอนประมาณ 5 มม. มุมอ้างอิง 60°/30° ช่องลอนถี่กว่า มีพื้นที่สัมผัสน้ำและอากาศต่อปริมาตรมากขึ้น แต่มีแรงดันตกคร่อมสูงกว่า 7090 ภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน เหมาะกับเครื่องทำลมเย็นหรือพื้นที่ติดตั้งกะทัดรัด ซึ่งพัดลมสามารถรองรับแรงต้านที่เพิ่มขึ้นได้















หมายเหตุ: รูปทรงและมุมลอนในตารางเป็นข้อมูลอ้างอิงจากผลิตภัณฑ์ CELdek ไม่ใช่ค่ารับรองของคูลลิ่งแพดทุกยี่ห้อ

ภาพที่ 2 เปรียบเทียบความถี่และมุมลอนอ้างอิงของคูลลิ่งแพดทั้ง 3 รุ่น ภาพใช้เพื่ออธิบายหลักการและไม่ได้วาดตามสเกลจริง

คุณสมบัติคูลลิ่งแพด 7090

คูลลิ่งแพด 7090 เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในผนังคูลลิ่งแพดของฟาร์มและโรงเรือนระบบปิด เพราะช่องลอนประมาณ 7 มิลลิเมตรช่วยเปิดทางให้อากาศผ่านได้ดี ขณะเดียวกันมุมลอนช่วยเพิ่มระยะเวลาสัมผัสระหว่างอากาศกับฟิล์มน้ำ

จึงเหมาะกับระบบที่ต้องการทั้งการลดอุณหภูมิและรักษาปริมาณลมสำหรับระบบ Tunnel Ventilation

จุดเด่นของคูลลิ่งแพด 7090

  • ให้สมดุลระหว่างพื้นที่แลกเปลี่ยนความร้อนกับแรงต้านลม
  • ช่องลอนไม่ถี่มาก จึงเหมาะกับผนังคูลลิ่งแพดขนาดใหญ่
  • มีข้อมูลการทดลองและกราฟสมรรถนะอ้างอิงค่อนข้างมาก
  • เหมาะกับระบบฟาร์มที่ให้ความสำคัญกับปริมาณลมภายในโรงเรือน

เหมาะกับงานประเภทใด?

  • ฟาร์มไก่เนื้อระบบปิด
  • ฟาร์มหมูและโรงเรือนปศุสัตว์
  • โรงเรือนปลูกพืชและกรีนเฮาส์
  • โรงงานหรือโกดังที่ใช้ระบบอีแวป
  • ผนังคูลลิ่งแพดที่มีพื้นที่ติดตั้งเพียงพอ

สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนเลือกใช้

  • ความหนาของแผ่นคูลลิ่งแพด
  • พื้นที่หน้าตัดของผนังคูลลิ่งแพด
  • ปริมาณลมจริงของพัดลม ณ แรงดันใช้งาน
  • แรงดันตกคร่อมขณะที่แผ่นเปียก
  • ความเร็วลมผ่านหน้าแผ่น

ข้อควรระวัง: หากพื้นที่คูลลิ่งแพดเล็กเกินไป ความเร็วลมผ่านแผ่นจะสูงขึ้น ส่งผลให้แรงดันตกคร่อมเพิ่ม ปริมาณลมจริงของพัดลมลดลง และประสิทธิผลการลดอุณหภูมิอาจลดลงตามไปด้วย

คุณสมบัติคูลลิ่งแพด 7060

คูลลิ่งแพด 7060 ในชุดข้อมูลอ้างอิงมีช่องลอนประมาณ 7 มิลลิเมตร เช่นเดียวกับรุ่น 7090 แต่ใช้มุมลอนประมาณ 45°/15° ทำให้แนวทางเดินของอากาศแตกต่างออกไป

เอกสารทางเทคนิคของ Munters CELdek 7060-15 ระบุว่ารูปแบบนี้เหมาะสำหรับระบบที่ต้องการความเร็วลมผ่านแผ่นสูง เช่น โรงเรือนปศุสัตว์และโรงเรือนปลูกพืช

จุดเด่นของคูลลิ่งแพด 7060

  • รองรับโจทย์ที่ต้องการอัตราการไหลของอากาศสูง
  • เหมาะกับระบบที่มีข้อจำกัดด้านพื้นที่หน้าคูลลิ่งแพด
  • ช่วยเปิดโอกาสให้ระบบรักษาปริมาณลมได้ดีเมื่อออกแบบในช่วงความเร็วที่ผู้ผลิตกำหนด

เหมาะกับงานประเภทใด?

  • ระบบที่ต้องการความเร็วลมผ่านหน้าแผ่นสูง
  • โรงเรือนที่มีพื้นที่ติดตั้งคูลลิ่งแพดจำกัด
  • ฟาร์มหรือกรีนเฮาส์ที่ต้องการอัตราการระบายอากาศสูง
  • ระบบที่ผู้ผลิตมี Performance Curve รองรับอย่างชัดเจน

สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนเลือกใช้

  • ช่วงความเร็วลมสูงสุดที่ผู้ผลิตกำหนด
  • แรงดันสถิตรวมของระบบ
  • เขตความเร็วที่อาจเกิดการพาละอองน้ำ
  • ปริมาณลมจริงหลังติดตั้ง

ข้อควรระวัง: คำว่า “รองรับความเร็วลมสูง” ไม่ได้หมายความว่า 7060 จะลดอุณหภูมิได้มากกว่า 7090 ในทุกสภาพอากาศ เพราะผลลัพธ์ยังขึ้นกับความชื้น ความหนาแผ่น การกระจายน้ำ และระยะเวลาที่อากาศสัมผัสผิวเปียก

คุณสมบัติคูลลิ่งแพด 5090

คูลลิ่งแพด 5090 มีช่องลอนประมาณ 5 มิลลิเมตร จึงมีทางเดินอากาศถี่กว่าคูลลิ่งแพด 7090 โครงสร้างนี้ช่วยเพิ่มพื้นที่สัมผัสระหว่างน้ำกับอากาศต่อปริมาตร และเหมาะกับชุดทำลมเย็นที่ต้องการพื้นที่แลกเปลี่ยนสูงในขนาดกะทัดรัด

อย่างไรก็ตาม ช่องลอนที่ถี่ขึ้นทำให้ความเสียดทานของอากาศและแรงดันตกคร่อมเพิ่มขึ้นด้วย

งานวิจัยของ Malli และคณะ ซึ่งเปรียบเทียบคูลลิ่งแพด 5090 กับ 7090 ที่ความหนาและความเร็วลมเท่ากัน พบว่า 5090 มีแรงดันตกคร่อมสูงกว่า เนื่องจากช่องทางอากาศมีขนาดเล็กและมีพื้นที่สัมผัสมากกว่า อ่านงานวิจัยได้จาก Energy Conversion and Management

จุดเด่นของคูลลิ่งแพด 5090

  • มีพื้นที่แลกเปลี่ยนความร้อนต่อปริมาตรสูง
  • เหมาะกับเครื่องทำลมเย็นขนาดกะทัดรัด
  • ใช้ในระบบที่มีพื้นที่ติดตั้งจำกัดได้ดี
  • เหมาะกับระบบที่ออกแบบพัดลมเผื่อแรงดันไว้แล้ว

เหมาะกับงานประเภทใด?

  • Evaporative Air Cooler เชิงพาณิชย์
  • เครื่องทำลมเย็นสำหรับโรงงานหรือพื้นที่เฉพาะจุด
  • ระบบอุตสาหกรรมขนาดกะทัดรัด
  • ระบบที่พัดลมสามารถรองรับแรงดันตกคร่อมสูงขึ้นได้

สิ่งที่ต้องตรวจสอบก่อนเลือกใช้

  • แรงดันตกคร่อมขณะที่แผ่นเปียก
  • ปริมาณลมจริงหลังติดตั้ง
  • ความสามารถของพัดลม ณ แรงดันสถิตใช้งาน
  • การสะสมของฝุ่นและตะกรันในช่องลอนที่ถี่กว่า

ข้อควรระวัง: พื้นที่สัมผัสมากกว่าไม่ได้แปลว่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าสำหรับฟาร์มทุกแห่ง หากแรงต้านจากแผ่นทำให้ปริมาณลมภายในโรงเรือนลดลง ผลลัพธ์โดยรวมอาจด้อยกว่าการใช้แผ่นที่มีช่องลอนกว้างกว่า

หลักวิชาการที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพคูลลิ่งแพด

1. ประสิทธิภาพอิ่มตัวไม่เท่ากับจำนวนองศาที่ลดได้

ประสิทธิภาพอิ่มตัว หรือ Saturation Efficiency บอกว่าแผ่นคูลลิ่งแพดสามารถใช้ส่วนต่างระหว่างอุณหภูมิกระเปาะแห้งกับอุณหภูมิกระเปาะเปียกได้มากเพียงใด

สูตรประเมินเบื้องต้นคือ

η = (Tdb,in − Tdb,out) ÷ (Tdb,in − Twb,in) × 100

และ

Tdb,out ≈ Tdb,in − η(Tdb,in − Twb,in)

โดยในสมการหลังต้องใส่ค่า η เป็นเลขทศนิยม เช่น ประสิทธิภาพ 75% ให้ใช้ค่า 0.75

  • Tdb,in คืออุณหภูมิกระเปาะแห้งก่อนผ่านแผ่น
  • Tdb,out คืออุณหภูมิกระเปาะแห้งหลังผ่านแผ่น
  • Twb,in คืออุณหภูมิกระเปาะเปียกก่อนผ่านแผ่น

ตัวอย่างเช่น หากอากาศภายนอกมีอุณหภูมิ 35°C ค่า Wet-bulb 27°C และระบบมีประสิทธิภาพอิ่มตัว 75% อุณหภูมิหลังแผ่นจะอยู่ประมาณ 29°C หรือลดลงประมาณ 6°C

แต่หากอุณหภูมิภายนอกยังอยู่ที่ 35°C และค่า Wet-bulb เพิ่มขึ้นเป็น 31°C แม้ระบบจะมีประสิทธิภาพอิ่มตัวเท่าเดิม อุณหภูมิหลังแผ่นจะอยู่ประมาณ 32°C หรือลดลงได้เพียง 3°C

ความหมายสำหรับฟาร์มในฤดูฝน

เมื่ออากาศภายนอกมีความชื้นสูง ค่า Dry-bulb และ Wet-bulb จะอยู่ใกล้กัน ทำให้ศักยภาพในการลดอุณหภูมิของระบบอีแวปลดลง

นี่เป็นข้อจำกัดทางฟิสิกส์ของการระเหย ไม่ได้หมายความว่าแผ่นคูลลิ่งแพดชำรุด ในช่วงฤดูฝน ฟาร์มจึงควรรักษาความเร็วลมผ่านตัวสัตว์ และควบคุมปั๊มน้ำคูลลิ่งแพดเป็นสเตจ เพื่อลดการเพิ่มความชื้นภายในโรงเรือนเกินความจำเป็น

ข้อมูลหลักการนี้อ้างอิงจาก University of Kentucky Cooperative Extension และ Mississippi State University Extension

2. ความเร็วลมสูงขึ้นไม่ได้ทำให้เย็นขึ้นเสมอ

งานวิจัยพบว่า เมื่อเพิ่มความเร็วลมผ่านคูลลิ่งแพด ปริมาณน้ำที่ระเหยและแรงดันตกคร่อมจะเพิ่มขึ้น แต่เวลาที่อากาศสัมผัสกับผิวเปียกจะสั้นลง ทำให้ประสิทธิผลของแผ่นอาจลดลง

การเพิ่มความหนาของแผ่นมักช่วยเพิ่มประสิทธิผลการลดอุณหภูมิ เนื่องจากอากาศมีเวลาสัมผัสกับผิวเปียกนานขึ้น แต่ก็ทำให้แรงดันตกคร่อมเพิ่มขึ้นด้วย

ดังนั้น การออกแบบระบบที่ถูกต้องต้องหาจุดสมดุลระหว่าง

  • ประสิทธิภาพการลดอุณหภูมิ
  • ความเร็วลมผ่านแผ่น
  • ความหนาของคูลลิ่งแพด
  • แรงดันตกคร่อม
  • ปริมาณลมจริงของพัดลม

ไม่ควรเลือกแผ่นที่หนาที่สุดหรือช่องลอนถี่ที่สุดโดยอัตโนมัติ เพราะอาจทำให้แรงต้านสูงจนปริมาณลมในโรงเรือนไม่เพียงพอ

3. ปริมาณลมจริงสำคัญกว่าค่า Free Air ของพัดลม

พื้นที่หน้าคูลลิ่งแพดสัมพันธ์กับความเร็วลมผ่านแผ่นตามสมการ

Vface = Qactual ÷ Apad

โดย

  • Vface คือความเร็วลมผ่านหน้าคูลลิ่งแพด
  • Qactual คือปริมาณลมจริงของพัดลม ณ แรงดันสถิตใช้งาน
  • Apad คือพื้นที่หน้าคูลลิ่งแพด

ค่า Qactual ต้องเป็นปริมาณลมของพัดลมเมื่อทำงานร่วมกับแรงต้านทั้งหมดในระบบ เช่น

  • แผ่นคูลลิ่งแพดที่เปียกน้ำ
  • Light Trap หรือชุดกรองแสง
  • บานเกล็ดและตะแกรงป้องกัน
  • ช่องลมและช่องรับอากาศ
  • การรั่วของโรงเรือน
  • ฝุ่นและตะกรันที่สะสมบนแผ่น

จึงไม่ควรใช้เฉพาะค่าปริมาณลมแบบ Free Air หรือค่าที่วัดโดยไม่มีแรงต้านจากแคตตาล็อกมาคำนวณพื้นที่คูลลิ่งแพด

เมื่อแผ่นเริ่มตัน แรงดันตกคร่อมจะเพิ่มและปริมาณลมจริงจะลดลง ส่งผลให้ความเร็วลมในโรงเรือนต่ำลง อุณหภูมิกระจายไม่สม่ำเสมอ และระบบเปลี่ยนไปทำงานที่จุด Operating Point ใหม่ซึ่งอาจไม่ตรงตามเงื่อนไขการออกแบบ

เลือกคูลลิ่งแพดรุ่นไหนให้เหมาะกับฟาร์ม?

โจทย์การใช้งาน ตัวเลือกเริ่มต้น สิ่งที่ต้องยืนยัน
ผนังคูลลิ่งแพดขนาดใหญ่ในฟาร์มไก่หรือฟาร์มหมู เริ่มพิจารณา 7090 ตรวจปริมาณลมจริง พื้นที่หน้าแผ่น และแรงดันตกคร่อม
พื้นที่หน้าแผ่นจำกัด แต่ต้องการผ่านลมสูง พิจารณา 7060 ตรวจ Performance Curve ความเร็วลมสูงสุด และเขตพาละอองน้ำ
ชุดทำลมเย็นกะทัดรัด ต้องการพื้นที่สัมผัสสูง พิจารณา 5090 ตรวจว่าพัดลมสามารถรับแรงดันที่เพิ่มขึ้นได้
อากาศภายนอกชื้นมากในฤดูฝน ไม่ควรแก้ด้วยการเปลี่ยนรุ่นเพียงอย่างเดียว ใช้ค่า Dry-bulb/Wet-bulb ควบคุมปั๊มเป็นสเตจและรักษาความเร็วลม













สำหรับฟาร์มไก่และฟาร์มหมูที่ใช้ผนังคูลลิ่งแพดขนาดใหญ่ รุ่น 7090 มักเหมาะเป็นจุดเริ่มต้นในการพิจารณา เนื่องจากให้สมดุลระหว่างทางเดินอากาศกับพื้นที่แลกเปลี่ยนความร้อน

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรสรุปว่า 7090 เหมาะกับทุกฟาร์ม เพราะระบบจริงอาจมีข้อจำกัดด้านพื้นที่คูลลิ่งแพด แรงต้านจาก Light Trap หรือกำลังของพัดลมแตกต่างกัน

ข้อมูลที่ต้องใช้ก่อนคำนวณระบบคูลลิ่งแพดในฟาร์ม

  1. ปริมาณลมจริงของพัดลมแต่ละตัว ณ แรงดันสถิตใช้งาน
  2. จำนวนพัดลมที่เปิดทำงานพร้อมกันในแต่ละสเตจ
  3. ความสูง ความกว้าง และความหนาของคูลลิ่งแพด
  4. อุณหภูมิกระเปาะแห้งและความชื้นสัมพัทธ์ภายนอก
  5. ค่า Wet-bulb ในช่วงที่ใช้เป็นเงื่อนไขออกแบบ
  6. เป้าหมายความเร็วลมภายในโรงเรือน
  7. แรงต้านจาก Light Trap, Inlet, ตะแกรง และช่องลม
  8. คุณภาพน้ำ ความกระด้าง และปริมาณแร่ธาตุ
  9. ระบบกรองน้ำและแผนระบายน้ำทิ้งหรือ Bleed-off
  10. ตำแหน่งติดตั้งและการกระจายลมตลอดแนวโรงเรือน

วิธีดูแลคูลลิ่งแพดให้รักษาประสิทธิภาพ

จุดตรวจ แนวทางปฏิบัติ
การกระจายน้ำ น้ำต้องกระจายเต็มหน้าแผ่น ไม่มีแถบแห้งหรือจุดที่น้ำไหลมากผิดปกติ
แรงดันตกคร่อม บันทึกค่าเมื่อแผ่นใหม่และสะอาดไว้เป็นค่าฐาน แล้วนำมาเปรียบเทียบเป็นระยะ
คุณภาพน้ำ กรองตะกอนและทำ Bleed-off ตามความเหมาะสม เพื่อลดการสะสมแร่ธาตุจากน้ำหมุนเวียน
ตะไคร่ ลดแสงที่ส่องถังน้ำและราง รักษาความสะอาด และใช้สารที่ผู้ผลิตอนุญาต
การทำความสะอาด หลีกเลี่ยงเครื่องฉีดน้ำแรงดันสูงและสารเคมีรุนแรง เพราะอาจทำลายกระดาษและน้ำยาเคลือบ
ทิศทางติดตั้ง ตรวจด้านรับลมและทิศทางลอนให้ตรงตามลูกศรหรือคู่มือของผู้ผลิต
ปริมาณลม ตรวจความเร็วลมและแรงดันเป็นระยะ เพื่อค้นหาการอุดตันก่อนระบบสูญเสียประสิทธิภาพมาก









คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับคูลลิ่งแพด 7090, 7060 และ 5090

คูลลิ่งแพดรุ่นไหนเย็นที่สุด?

ไม่มีคูลลิ่งแพดรุ่นใดเย็นที่สุดในทุกระบบ ผลลัพธ์ขึ้นกับอุณหภูมิและความชื้นภายนอก ความหนาของแผ่น ความเร็วลม การกระจายน้ำ พื้นที่หน้าแผ่น และแรงดันตกคร่อม ต้องพิจารณาร่วมกับพัดลมระบายอากาศเสมอ

คูลลิ่งแพด 7090 กับ 7060 ต่างกันอย่างไร?

ในชุดข้อมูลอ้างอิง ทั้งสองรุ่นมีช่องลอนประมาณ 7 มิลลิเมตร แต่ 7090 ใช้มุมลอนอ้างอิง 60°/30° ส่วน 7060 ใช้มุม 45°/15° และออกแบบสำหรับงานที่ต้องการความเร็วลมผ่านแผ่นสูงกว่า

รายละเอียดของแต่ละแบรนด์อาจแตกต่างกัน จึงต้องตรวจ Data Sheet ของสินค้าจริงเพิ่มเติม

คูลลิ่งแพด 5090 ดีกว่า 7090 หรือไม่?

5090 มีช่องลอนถี่และพื้นที่สัมผัสต่อปริมาตรมากกว่า แต่มีแรงดันตกคร่อมสูงกว่า 7090 ในการทดลองภายใต้เงื่อนไขเดียวกัน

5090 จึงเหมาะกับระบบที่ต้องการความกะทัดรัดและมีพัดลมรองรับแรงต้าน ส่วน 7090 เหมาะกับระบบฟาร์มที่ต้องการรักษาปริมาณลมผ่านผนังคูลลิ่งแพดขนาดใหญ่

คูลลิ่งแพดลดอุณหภูมิได้กี่องศา?

ไม่สามารถตอบเป็นตัวเลขตายตัวได้ ต้องทราบอุณหภูมิกระเปาะแห้ง ค่า Wet-bulb และประสิทธิภาพอิ่มตัวของระบบก่อน

เมื่อความชื้นภายนอกสูง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน ความแตกต่างระหว่าง Dry-bulb และ Wet-bulb จะลดลง ทำให้คูลลิ่งแพดลดอุณหภูมิได้น้อยลง

ทำไมเปลี่ยนคูลลิ่งแพดใหม่แล้วลมยังน้อย?

สาเหตุอาจไม่ได้เกิดจากแผ่นคูลลิ่งแพดเพียงอย่างเดียว แต่อาจเกิดจาก

  • พื้นที่หน้าแผ่นไม่เพียงพอ
  • พัดลมให้ปริมาณลมน้อยลงเมื่อเจอแรงดันจริง
  • Light Trap หรือตะแกรงมีแรงต้านสูง
  • บานเกล็ดเปิดไม่สุด
  • ช่องรับลมมีขนาดเล็ก
  • โรงเรือนมีการรั่วของอากาศ
  • ทิศทางการติดตั้งแผ่นไม่ถูกต้อง

จึงควรวัดทั้งแรงดันตกคร่อม ความเร็วลมผ่านแผ่น และความเร็วลมภายในโรงเรือน

คูลลิ่งแพดกระดาษมีอายุการใช้งานกี่ปี?

ไม่ควรกำหนดอายุการใช้งานจากรหัสรุ่นเพียงอย่างเดียว เพราะอายุของคูลลิ่งแพดขึ้นกับคุณภาพกระดาษ น้ำยาเคลือบ คุณภาพน้ำ ฝุ่น แสงแดด การทำความสะอาด และจำนวนชั่วโมงที่เปิดใช้งาน

ควรประเมินจากสภาพโครงสร้างของแผ่น การกระจายน้ำ แรงดันตกคร่อม และปริมาณลมจริงของระบบ

สรุปคุณสมบัติคูลลิ่งแพดในฟาร์ม

คูลลิ่งแพด 7090 เหมาะกับงานฟาร์มที่ต้องการความสมดุลระหว่างการแลกเปลี่ยนความร้อนกับการไหลของอากาศ คูลลิ่งแพด 7060 เหมาะสำหรับระบบที่ต้องการความเร็วลมผ่านแผ่นสูง ส่วนคูลลิ่งแพด 5090 ให้พื้นที่สัมผัสมากในขนาดกะทัดรัด แต่ต้องเผื่อแรงดันตกคร่อมเพิ่มขึ้น

การเลือกรุ่นที่เหมาะสมจึงต้องพิจารณาร่วมกันทั้งชนิดของลอน ความหนา พื้นที่หน้าแผ่น ปริมาณลมจริงของพัดลม แรงดันสถิต สภาพอากาศภายนอก และคุณภาพน้ำ

ก่อนเลือกซื้อหรือเปลี่ยนชนิดคูลลิ่งแพด ควรเก็บข้อมูลขนาดผนังคูลลิ่งแพด จำนวนและรุ่นพัดลม แรงดันสถิต อุณหภูมิและความชื้นภายนอก รวมถึงเป้าหมายความเร็วลมในโรงเรือน เพื่อคำนวณระบบเป็นชุดเดียว ลดความเสี่ยงที่แผ่นสามารถลดอุณหภูมิได้ แต่ปริมาณลมภายในฟาร์มไม่เพียงพอ


เอกสารอ้างอิงเชิงวิชาการและเอกสารทางเทคนิค

  1. Munters — CELdek Technical Manual
  2. Munters — CELdek 7060-15 Evaporative Cooling Pad Product Sheet
  3. Munters — CELdek 7090-15 Evaporative Cooling Pad Product Sheet
  4. Malli, A. et al. (2011). Investigating the performance of cellulosic evaporative cooling pads. Energy Conversion and Management, 52, 2598–2603
  5. University of Kentucky Cooperative Extension — Evaporative Cooling Systems
  6. Mississippi State University Extension — Evaporative Cooling Systems: How and Why They Work
  7. Tejero-González, A. and Franco-Salas, A. (2021). Optimal operation of evaporative cooling pads: A review
  8. University of Georgia Poultry Housing Tips — Evaporative Cooling Pad Design
  9. Munters — CELdek Official Product Overview
  10. Koca, R.W., Hughes, W.C. and Christianson, L.L. (1991). Evaporative Cooling Pads: Test Procedure and Evaluation

หมายเหตุ: บทความนี้จัดทำขึ้นเพื่อใช้ทำความเข้าใจและคัดเลือกระบบเบื้องต้น ไม่ใช้แทนการรับรองสมรรถนะของสินค้ารุ่นใดรุ่นหนึ่ง ตัวเลข มุมลอน ขนาดแผ่น และกราฟสมรรถนะต้องยืนยันจาก Data Sheet ของผู้ผลิตและสภาพการติดตั้งจริงทุกครั้ง




Visitors: 35,006