ระบบส่งอาหารจากไซโล Fill System สำหรับฟาร์มไก่ และ ฟาร์มหมู

ระบบส่งอาหารจากไซโล หรือ Fill System เป็นระบบลำเลียงอาหารสัตว์จากไซโลภายนอกเข้าสู่ถังพักหรือไลน์อาหารภายในโรงเรือนโดยอัตโนมัติ ช่วยลดการขนย้ายอาหารด้วยแรงงานคน และทำให้สามารถจ่ายอาหารไปยังแต่ละโรงเรือนหรือแต่ละไลน์ได้ตามตำแหน่งที่ออกแบบไว้

ระบบดึงอาหารไซโลฟาร์มไก่

ระบบประกอบด้วยอุปกรณ์ที่ต้องทำงานร่วมกัน ตั้งแต่ Upper Boot, Lower Boot, เพลาไซโล, ออเกอร์ 75 หรือออเกอร์ 90, ท่ออาหารขนาด 2½ หรือ 3 นิ้ว, ท่อโค้ง 45 องศา, T-Drop, End Drop, ชุดมอเตอร์ปลายไลน์, เซ็นเซอร์ตรวจอาหาร PLOX และตู้คอนโทรลระบบดึงอาหารจากไซโล

การเลือกอุปกรณ์จึงไม่ควรพิจารณาเฉพาะขนาดท่อหรือกำลังมอเตอร์ แต่ต้องตรวจสอบระยะทาง แนวโค้ง ความลาดชัน ปริมาณอาหารที่ต้องการลำเลียง ชนิดอาหาร และระบบไฟฟ้าร่วมกัน

ระบบส่งอาหารจากไซโลทำงานอย่างไร

ลำดับการส่งอาหารโดยทั่วไปเป็นดังนี้

ไซโล → Upper Boot → Lower Boot → เพลาไซโล → ออเกอร์ → ท่ออาหาร → ท่อโค้ง 45 องศา → T-Drop → End Drop → เซ็นเซอร์ PLOX → ตู้คอนโทรล

เมื่อระบบได้รับคำสั่งให้ทำงาน ตู้คอนโทรลจะสั่งมอเตอร์ปลายไลน์ให้หมุนออเกอร์ที่อยู่ภายในท่อ อาหารจะไหลจากก้นไซโลผ่านชุด Boot และถูกออเกอร์ลำเลียงไปตามแนวท่อ

เมื่ออาหารเดินทางผ่านตำแหน่ง T-Drop จะถูกปล่อยลงสู่ถังพักหรือฮอปเปอร์ของระบบให้อาหารแต่ละไลน์ ส่วนอาหารที่เดินทางถึงปลายทางจะเข้าสู่ End Drop ซึ่งติดตั้งเซ็นเซอร์ตรวจระดับอาหาร

เมื่อเซ็นเซอร์ PLOX ตรวจพบว่าอาหารสะสมถึงตำแหน่งที่กำหนด เซ็นเซอร์จะส่งสัญญาณกลับไปยังตู้คอนโทรลเพื่อหยุดมอเตอร์ ป้องกันอาหารล้นและลดการทำงานโดยไม่จำเป็น เมื่อระดับอาหารลดลง ระบบสามารถเริ่มทำงานอีกครั้งตามรูปแบบการควบคุมที่ตั้งไว้


อุปกรณ์ในระบบ Fill System

อุปกรณ์หน้าที่ภายในระบบ
ไซโลอาหารสัตว์ เก็บสำรองอาหารก่อนส่งเข้าสู่โรงเรือน
Upper Boot รับอาหารจากกรวยด้านล่างของไซโลและเชื่อมต่อกับชุดทางออก
Lower Boot รองรับและนำอาหารเข้าสู่จุดเริ่มต้นของชุดออเกอร์
เพลาไซโล เป็นส่วนเชื่อมต่อหรือยึดชุดออเกอร์บริเวณต้นทางตามรูปแบบของระบบ
ออเกอร์ 75 หรือ 90 หมุนลำเลียงอาหารภายในท่อจากไซโลไปยังปลายทาง
ท่ออาหาร 2½ หรือ 3 นิ้ว เป็นทางลำเลียงและครอบออเกอร์เพื่อควบคุมแนวการส่งอาหาร
ท่อโค้ง 45 องศา ใช้เปลี่ยนทิศทางหรือระดับของแนวท่อ
T-Drop แยกและปล่อยอาหารลงสู่ถังพักหรือไลน์อาหาร
End Drop รับอาหารบริเวณปลายสุดของระบบและเป็นจุดติดตั้งเซ็นเซอร์
มอเตอร์ End Drive ขับให้ออเกอร์หมุนและลำเลียงอาหาร
เซ็นเซอร์ PLOX ตรวจจับอาหารบริเวณปลายทางและส่งสัญญาณสั่งหยุดหรือเริ่มระบบ
ตู้คอนโทรลไซโล ควบคุมมอเตอร์ เซ็นเซอร์ ระบบ Manual/Auto และอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้า

ชื่อและรูปแบบของอุปกรณ์อาจแตกต่างกันตามผู้ผลิต การสั่งซื้อทดแทนควรตรวจสอบขนาด จุดยึด ทิศทางการหมุน และความเข้ากันได้กับระบบเดิมทุกครั้ง

Upper Boot และ Lower Boot ใต้ไซโล

ชุด Upper Boot และ Lower Boot ติดตั้งบริเวณกรวยด้านล่างของไซโล ทำหน้าที่รับอาหารและนำอาหารเข้าสู่ระบบออเกอร์ ชุด Boot ต้องประกอบกับหน้าแปลนไซโลได้พอดี และต้องรองรับทิศทางของแนวท่อที่ออกจากไซโล

ก่อนเลือกชุด Boot ควรตรวจสอบ

  • ขนาดหน้าแปลนบริเวณก้นไซโล
  • จำนวนและระยะรูยึด
  • จำนวนทางออกจากไซโล
  • ทิศทางที่ต้องการส่งอาหาร
  • ขนาดออเกอร์และท่ออาหาร
  • รูปแบบเพลาและชุดยึดออเกอร์
  • การเปิด–ปิดทางลงของอาหาร
  • จุดเปิดตรวจสอบหรือทำความสะอาด

หาก Upper Boot และ Lower Boot ไม่ตรงกับไซโลเดิม อาจเกิดปัญหารั่ว อาหารไหลไม่สม่ำเสมอ หรือไม่สามารถประกอบเพลาและออเกอร์ได้ถูกแนว

ออเกอร์ 75 และท่ออาหาร 2½ นิ้ว

ออเกอร์ 75 ใช้ร่วมกับชุดท่ออาหารประมาณ 2½ นิ้วตามคอนฟิกของระบบ เหมาะสำหรับงานลำเลียงอาหารที่ออกแบบให้สอดคล้องกับขนาดท่อและกำลังมอเตอร์ของระบบ 75

ก่อนเลือกควรตรวจสอบรหัสออเกอร์ ขนาดเส้นลวด ระยะพิทช์ ทิศทางเกลียว ขนาดภายในท่อ ความยาวรวม จำนวนโค้ง และรูปแบบข้อต่อกับเพลาเดิม

แม้จะเรียกว่าออเกอร์ 75 เหมือนกัน แต่ออเกอร์จากต่างระบบอาจมีขนาดเส้นลวด ระยะเกลียว และทิศทางการหมุนไม่เหมือนกัน จึงไม่ควรเลือกจากชื่อขนาดเพียงอย่างเดียว

ออเกอร์ 90 และท่ออาหาร 3 นิ้ว

ออเกอร์ 90 ใช้ร่วมกับชุดท่ออาหารประมาณ 3 นิ้วตามรูปแบบของระบบ เหมาะกับระบบที่ต้องการหน้าตัดท่อและชุดออเกอร์ขนาดใหญ่ขึ้น

การเลือกใช้ออเกอร์ 90 ต้องตรวจสอบกำลังมอเตอร์ ระยะลำเลียง จำนวนท่อโค้ง ความลาดชัน ชนิดอาหาร และปริมาณอาหารที่ต้องส่งต่อชั่วโมง เพราะการเพิ่มขนาดออเกอร์ไม่ได้หมายความว่าจะใช้กับมอเตอร์หรือแนวท่อเดิมได้ทันที

ห้ามนำออเกอร์ 75 ไปประกอบกับท่อของระบบ 90 หรือสลับอุปกรณ์ระหว่างสองระบบโดยไม่มีการตรวจสอบ เนื่องจากระยะห่างภายในท่อ จุดยึด เพลา และชุดขับอาจไม่ตรงกัน

ท่อโค้ง 45 องศา

ท่อโค้ง 45 องศาใช้เปลี่ยนทิศทางแนวลำเลียง เช่น ยกแนวท่อจากไซโลเข้าสู่โรงเรือน หลีกโครงสร้าง หรือปรับระดับเข้าสู่ตำแหน่ง T-Drop

ทุกจุดโค้งทำให้มอเตอร์รับโหลดเพิ่มขึ้นและเพิ่มแรงเสียดทานระหว่างอาหาร ออเกอร์ และผิวท่อ ดังนั้นควรใช้จำนวนโค้งเท่าที่จำเป็น และเลือกแนวโค้งที่เหมาะกับออเกอร์

สิ่งที่ควรระวัง ได้แก่

  • ไม่ควรดัดท่อให้แคบกว่ารัศมีที่ระบบกำหนด
  • จุดต่อระหว่างท่อตรงกับท่อโค้งต้องเรียบ
  • ออเกอร์ต้องไม่ติดหรือเสียดสีกับข้อต่อ
  • ต้องมีชุดแขวนรองรับน้ำหนักท่ออย่างเพียงพอ
  • ไม่ควรให้ข้อต่อรับน้ำหนักของแนวท่อทั้งหมด
  • ตรวจสอบว่าท่อไม่แอ่นหรือบิดตัวหลังติดตั้ง

T-Drop และ End Drop

T-Drop เป็นทางแยกสำหรับปล่อยอาหารจากท่อหลักลงสู่ถังพักหรือฮอปเปอร์ สามารถติดตั้งได้หลายตำแหน่งตามจำนวนไลน์อาหารภายในโรงเรือน

การจัดตำแหน่ง T-Drop ต้องสัมพันธ์กับจุดรับอาหารด้านล่าง ท่อลงไม่ควรบิด พับ หรือมีมุมที่ทำให้อาหารติดค้าง หากมีวาล์วเปิด–ปิด ต้องตรวจสอบว่าวาล์วทำงานได้เต็มระยะ

End Drop อยู่บริเวณปลายสุดของระบบ ทำหน้าที่รับอาหารจากแนวท่อ และมักใช้เป็นจุดตรวจระดับอาหารเพื่อกำหนดเวลาหยุดระบบ เมื่ออาหารถึงปลายทางและสะสมถึงเซ็นเซอร์ ตู้คอนโทรลจะหยุดมอเตอร์ตามวงจรที่ออกแบบไว้

มอเตอร์ดึงอาหารปลายไลน์

มอเตอร์ End Drive เป็นแหล่งกำลังสำหรับหมุนออเกอร์ภายในท่อ ต้องเลือกให้เหมาะกับขนาดออเกอร์ ความยาวระบบ จำนวนโค้ง ความลาดชัน และชนิดอาหาร

หากมอเตอร์มีขนาดเล็กเกินไป อาจเกิดอาการมอเตอร์ออกตัวไม่ขึ้น กินกระแสสูง โอเวอร์โหลดตัด หรือหยุดเมื่อมีอาหารเต็มท่อ แต่การเพิ่มกำลังมอเตอร์มากเกินความจำเป็นก็ไม่ได้แก้ปัญหาท่ออุดตันหรือระบบติดขัด และอาจทำให้ออเกอร์ เพลา หรือข้อต่อเสียหายก่อนอุปกรณ์ป้องกันทำงาน

ก่อนเลือกมอเตอร์ควรแจ้งข้อมูลต่อไปนี้

  • ระบบออเกอร์ 75 หรือ 90
  • ความยาวท่อตรงทั้งหมด
  • จำนวนและมุมของท่อโค้ง
  • ความสูงที่ต้องลำเลียง
  • ชนิดอาหาร เช่น อาหารผง เม็ด หรือเกล็ด
  • ปริมาณอาหารที่ต้องการส่งต่อชั่วโมง
  • แรงดันไฟฟ้า 220V หรือ 380V
  • ตำแหน่งและพื้นที่ติดตั้งมอเตอร์
  • ความถี่ในการเริ่มและหยุดระบบ

เซ็นเซอร์ตรวจอาหาร PLOX

เซ็นเซอร์ PLOX ใช้ตรวจสอบว่ามีอาหารอยู่บริเวณ End Drop หรือจุดควบคุมปลายทางหรือไม่ เมื่ออาหารสัมผัสหรือเข้าใกล้พื้นที่ตรวจจับตามหลักการของเซ็นเซอร์ อุปกรณ์จะเปลี่ยนสถานะสัญญาณเพื่อสั่งตู้คอนโทรลหยุดมอเตอร์

เมื่อระดับอาหารลดลง เซ็นเซอร์สามารถส่งสัญญาณให้ระบบเริ่มลำเลียงใหม่ได้ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับวงจรควบคุมและโหมดการทำงานของตู้

ก่อนต่อใช้งานต้องตรวจสอบจากฉลากหรือคู่มือของเซ็นเซอร์จริง ได้แก่

  • แรงดันไฟฟ้าที่รองรับ
  • ชนิดเซ็นเซอร์
  • จำนวนสายและสีสาย
  • รูปแบบหน้าสัมผัส NO หรือ NC
  • ชนิดสัญญาณเอาต์พุต
  • ระยะตรวจจับ
  • การปรับความไว
  • เวลาหน่วงก่อนสั่งตัด
  • ระดับการป้องกันฝุ่นและความชื้น

ชื่อ “PLOX” เพียงอย่างเดียวยังไม่เพียงพอสำหรับกำหนดวงจรไฟฟ้า ต้องตรวจสอบหมายเลขรุ่นและ Wiring Diagram ของสินค้าจริงก่อนต่อเข้าตู้คอนโทรล

ตู้คอนโทรลระบบดึงอาหารจากไซโล

ตู้คอนโทรลทำหน้าที่รับคำสั่งจากผู้ใช้งานและเซ็นเซอร์ แล้วควบคุมการเริ่ม–หยุดมอเตอร์ ระบบสามารถออกแบบให้รองรับโหมด Manual และ Auto ตามการใช้งานของแต่ละฟาร์ม

อุปกรณ์ภายในตู้ควบคุมอาจประกอบด้วย

  • MCCB หรือ Circuit Breaker
  • Magnetic Contactor
  • Thermal Overload Relay
  • Phase Protection
  • Timer หน่วงเวลา
  • Selector Switch Manual/Off/Auto
  • ปุ่ม Start และ Stop
  • ไฟแสดงสถานะ Power, Run และ Trip
  • จุดรับสัญญาณจากเซ็นเซอร์ PLOX
  • Emergency Stop
  • Alarm
  • Inverter ตามความเหมาะสมของระบบ

มอเตอร์แต่ละตัวควรมีระบบป้องกันกระแสเกินและลัดวงจรที่เลือกให้สัมพันธ์กับกระแสบน Name Plate หากเป็นมอเตอร์สามเฟสควรเพิ่มการตรวจสอบไฟขาดเฟส สลับเฟส แรงดันผิดปกติ และโอเวอร์โหลด

ตัวอย่างลำดับการทำงานแบบอัตโนมัติ

  1. ผู้ใช้งานเลือกโหมด Auto ที่ตู้คอนโทรล
  2. เซ็นเซอร์ปลายทางตรวจพบว่าระดับอาหารต่ำ
  3. ตู้คอนโทรลตรวจสอบว่าวงจรป้องกันอยู่ในสถานะพร้อม
  4. คอนแทคเตอร์หรืออินเวอร์เตอร์สั่งมอเตอร์ End Drive ทำงาน
  5. ออเกอร์หมุนและดึงอาหารจากไซโลเข้าสู่แนวท่อ
  6. อาหารไหลผ่าน T-Drop ลงสู่ถังพักแต่ละจุด
  7. อาหารส่วนที่เหลือเดินทางถึง End Drop
  8. เมื่อเซ็นเซอร์ PLOX ตรวจพบอาหารถึงระดับที่ตั้งไว้ ระบบจะสั่งหยุดมอเตอร์
  9. เมื่อระดับอาหารลดลง ระบบจึงเริ่มรอบใหม่ตามเวลาหน่วงและเงื่อนไขที่ตั้งไว้

ควรมีเวลาหน่วงที่เหมาะสมเพื่อป้องกันมอเตอร์เริ่ม–หยุดถี่จากอาหารที่เคลื่อนตัวผ่านหน้าเซ็นเซอร์

ข้อมูลที่ต้องใช้ก่อนออกแบบระบบ Fill System

ก่อนเลือกอุปกรณ์ ควรเตรียมข้อมูลดังนี้

  • จำนวนและความจุของไซโล
  • จำนวนโรงเรือนที่ต้องจ่ายอาหาร
  • ตำแหน่งไซโลเทียบกับจุดรับอาหาร
  • ระยะทางแนวนอนและแนวตั้ง
  • จำนวนท่อโค้ง 45 องศา
  • จำนวน T-Drop และ End Drop
  • ปริมาณอาหารที่ใช้ต่อวัน
  • ปริมาณอาหารที่ต้องลำเลียงต่อชั่วโมง
  • ชนิดและความหนาแน่นของอาหาร
  • ระบบออเกอร์เดิมเป็นขนาด 75 หรือ 90
  • ขนาดท่อเดิม 2½ หรือ 3 นิ้ว
  • รุ่นและกำลังของมอเตอร์
  • ระบบไฟฟ้า 220V หรือ 380V
  • รุ่นของเซ็นเซอร์ตรวจอาหาร
  • รูปแบบการควบคุม Manual หรือ Auto
  • ภาพพื้นที่ติดตั้งและแนวท่อที่ต้องการ

ข้อมูลเหล่านี้ช่วยลดความเสี่ยงจากการเลือกมอเตอร์เล็กเกินไป ออเกอร์ไม่ตรงกับท่อ แนวโค้งมากเกินไป หรือระบบส่งอาหารได้ไม่ทันต่อความต้องการของฟาร์ม

อาการผิดปกติที่ควรตรวจสอบ

มอเตอร์ทำงานแต่อาหารไม่ออกจากไซโล

ควรตรวจสอบว่ามีอาหารในไซโลหรือไม่ ช่องเปิดใต้ไซโลเปิดอยู่หรือไม่ เพลาและข้อต่อหลุดหรือไม่ รวมถึงตรวจว่าออเกอร์ขาดหรือหมุนฟรีภายในท่อหรือไม่

มอเตอร์โอเวอร์โหลดตัดบ่อย

อาจเกิดจากอาหารอัดแน่น ท่อโค้งมากเกินไป ออเกอร์ติดกับข้อต่อ ท่อบิดหรือแอ่น มอเตอร์ไม่เหมาะกับโหลด หรือค่ากระแสของโอเวอร์โหลดตั้งไม่ตรงกับมอเตอร์

อาหารออกไม่เท่ากันแต่ละ T-Drop

ควรตรวจสอบตำแหน่งวาล์ว ทางลงอาหาร ท่อลง และการอุดตัน รวมถึงลำดับของจุดจ่ายอาหารตลอดแนวท่อ

อาหารล้นที่ End Drop

อาจเกิดจากเซ็นเซอร์ตรวจไม่พบอาหาร ตั้งความไวไม่เหมาะสม สายสัญญาณขาด หน้าสัมผัสต่อผิด หรือวงจรควบคุมไม่หยุดมอเตอร์ตามคำสั่ง

ระบบเริ่มและหยุดถี่เกินไป

ควรตรวจตำแหน่งเซ็นเซอร์ การเคลื่อนตัวของอาหารบริเวณหน้าเซ็นเซอร์ การตั้งเวลาหน่วง และขนาดของถังรับอาหารปลายทาง

ท่อหรือออเกอร์สึกเร็วกว่าปกติ

อาจเกิดจากแนวท่อไม่ตรง ข้อต่อมีสัน ออเกอร์เสียดสีกับท่อ ความเร็วไม่เหมาะสม หรือมีจุดโค้งและจุดรับแรงมากเกินไป

การตรวจเช็กและบำรุงรักษา

  • ตรวจนอตยึดมอเตอร์และชุดขับ
  • ตรวจเพลา สลัก และข้อต่อออเกอร์
  • ตรวจรอยแตกหรือรอยสึกของท่ออาหาร
  • ตรวจจุดต่อท่อตรงและท่อโค้ง
  • ตรวจชุดแขวนไม่ให้ท่อแอ่นหรือบิด
  • ทำความสะอาด Upper Boot และ Lower Boot
  • ตรวจ T-Drop และท่อลงอาหาร
  • ทดสอบเซ็นเซอร์ PLOX และระบบหยุดอัตโนมัติ
  • ตรวจค่ากระแสของมอเตอร์ขณะมีโหลด
  • ทดสอบ Overload, Phase Protection และ Emergency Stop
  • ตรวจสายไฟและกล่องต่อสายไม่ให้ฝุ่นหรือความชื้นเข้า
  • หลีกเลี่ยงการให้มอเตอร์เดินแห้งเป็นเวลานาน หากผู้ผลิตไม่ได้ระบุว่าสามารถทำได้

ก่อนตรวจภายในท่อ ชุด Boot ออเกอร์ หรือมอเตอร์ ต้องตัดแหล่งจ่ายไฟและป้องกันไม่ให้ผู้อื่นเปิดระบบโดยไม่ตั้งใจ เพราะออเกอร์สามารถเริ่มหมุนทันทีเมื่อได้รับคำสั่งจากเซ็นเซอร์หรือตู้คอนโทรล

ทำไมควรเลือกอุปกรณ์ระบบส่งอาหารจาก iWin

iWin จำหน่ายอุปกรณ์สำหรับประกอบระบบส่งอาหารจากไซโลและระบบให้อาหารไก่อัตโนมัติ ครอบคลุมตั้งแต่ชุดใต้ไซโล แนวลำเลียง ชุดจ่ายอาหาร อุปกรณ์ขับ และระบบควบคุม

จุดสำคัญของการเลือกอุปกรณ์จากแหล่งเดียวกันคือช่วยให้สามารถตรวจสอบความสัมพันธ์ระหว่างอุปกรณ์ได้ครบทั้งระบบ ได้แก่

  • ตรวจสอบการจับคู่ระหว่างออเกอร์ 75 กับท่อ 2½ นิ้ว
  • ตรวจสอบการจับคู่ระหว่างออเกอร์ 90 กับท่อ 3 นิ้ว
  • ตรวจสอบ Upper Boot, Lower Boot และเพลาไซโล
  • ตรวจสอบท่อตรง ท่อโค้ง 45 องศา และข้อต่อ
  • ตรวจสอบ T-Drop และ End Drop
  • ตรวจสอบมอเตอร์และชุดขับปลายไลน์
  • ตรวจสอบเซ็นเซอร์ตรวจระดับอาหาร
  • จัดตู้คอนโทรลตามจำนวนมอเตอร์และเงื่อนไขการทำงาน
  • ให้คำแนะนำการเลือกอุปกรณ์จากภาพและข้อมูลระบบเดิม
  • รองรับการจัดส่งอุปกรณ์และอะไหล่สำหรับฟาร์มในหลายพื้นที่

ก่อนเสนออุปกรณ์ ทีมงานควรตรวจสอบแบบพื้นที่ ระยะท่อ จำนวนโค้ง ระบบไฟฟ้า และข้อมูลมอเตอร์ เพื่อช่วยลดปัญหาอุปกรณ์ไม่ตรงกับงานจริง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบส่งอาหารจากไซโล

ระบบส่งอาหารจากไซโลคืออะไร

เป็นระบบลำเลียงอาหารจากไซโลเข้าสู่ถังพักหรือไลน์อาหารภายในโรงเรือน โดยใช้มอเตอร์หมุนออเกอร์ภายในท่อ และใช้เซ็นเซอร์ร่วมกับตู้คอนโทรลเพื่อควบคุมการเริ่มและหยุดระบบ

ออเกอร์ 75 ใช้กับท่อขนาดเท่าไร

โดยทั่วไปในระบบนี้ ออเกอร์ 75 ใช้ร่วมกับท่ออาหารประมาณ 2½ นิ้ว แต่ต้องตรวจสอบขนาดภายในท่อ เส้นลวด ระยะพิทช์ และข้อต่อจากสินค้าจริงก่อนสั่งซื้อ

ออเกอร์ 90 ใช้กับท่อขนาดเท่าไร

ออเกอร์ 90 ใช้ร่วมกับท่ออาหารประมาณ 3 นิ้วตามคอนฟิกของระบบ ต้องตรวจสอบขนาดออเกอร์ ท่อ เพลา ชุด Boot และชุดขับให้ตรงกัน

ใช้ออเกอร์ 75 แทนออเกอร์ 90 ได้หรือไม่

ไม่ควรใช้แทนกันทันที เพราะขนาดท่อ เพลา ชุดขับ อัตราการลำเลียง และกำลังมอเตอร์อาจแตกต่างกัน ต้องประเมินระบบใหม่ก่อนเปลี่ยนขนาด

ท่อโค้ง 45 องศาใส่ได้กี่จุด

ยังไม่สามารถกำหนดจำนวนได้จากขนาดท่อเพียงอย่างเดียว เพราะขึ้นอยู่กับรัศมีโค้ง ความยาวท่อ ความลาดชัน ชนิดอาหาร ขนาดออเกอร์ และกำลังมอเตอร์ ทุกจุดโค้งจะเพิ่มโหลดให้ระบบ

เซ็นเซอร์ PLOX ทำหน้าที่อะไร

ใช้ตรวจจับอาหารบริเวณ End Drop หรือจุดควบคุม เมื่ออาหารถึงระดับที่กำหนด เซ็นเซอร์จะส่งสัญญาณให้ตู้คอนโทรลหยุดมอเตอร์ตามวงจรที่ออกแบบไว้

เซ็นเซอร์ PLOX ต่อเข้ามอเตอร์โดยตรงได้หรือไม่

ไม่ควรต่อเพื่อรับกระแสมอเตอร์โดยตรง เว้นแต่คู่มือระบุไว้ชัดเจน ปกติสัญญาณเซ็นเซอร์ควรต่อเข้าวงจรควบคุม รีเลย์ คอนแทคเตอร์ หรืออินเวอร์เตอร์ตามแรงดันและชนิดหน้าสัมผัสของรุ่นจริง

อินเวอร์เตอร์จำเป็นกับระบบดึงอาหารหรือไม่

ไม่จำเป็นทุกระบบ แต่อาจใช้สำหรับควบคุมการออกตัว ความเร็ว การเร่ง–ลดรอบ และการป้องกันมอเตอร์บางส่วน ต้องเลือกขนาดและตั้งค่าให้เหมาะกับมอเตอร์และโหลดออเกอร์

ระบบ Fill System ใช้ไฟ 220V หรือ 380V

สามารถออกแบบได้ตามมอเตอร์และระบบไฟของฟาร์ม ต้องตรวจสอบ Name Plate ของมอเตอร์ ตู้คอนโทรล เซ็นเซอร์ และอุปกรณ์ประกอบก่อนติดตั้ง

ต้องเตรียมข้อมูลอะไรเพื่อขอราคา

ควรส่งภาพไซโลและชุด Boot เดิม ระยะทาง จำนวนโค้ง จำนวนจุด T-Drop ขนาดออเกอร์และท่อ กำลังมอเตอร์ ระบบไฟฟ้า รุ่นเซ็นเซอร์ และแผนผังตำแหน่งไซโลกับโรงเรือน

ติดต่อ iWin เพื่อสอบถามและตรวจสอบอุปกรณ์ ระบบส่งอาหารจากไซโล Fill System ตั้งแต่ Upper Boot, Lower Boot, เพลาไซโล, ออเกอร์ 75/90, ท่ออาหาร 2½/3 นิ้ว, ท่อโค้ง 45 องศา, T-Drop, End Drop, มอเตอร์ เซ็นเซอร์ PLOX และตู้คอนโทรลระบบดึงอาหาร กรุณาส่งภาพอุปกรณ์เดิมและรายละเอียดพื้นที่ เพื่อช่วยตรวจสอบอุปกรณ์ให้ตรงกับระบบค่ะ

Visitors: 34,997